top of page
Logo Nesco Steel_white_edited_edited_edited.png
ค้นหา

มาตรฐาน มอก. กับงานราชการ สำคัญอย่างไร?

  • 7 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

คู่มือสำหรับวิศวกร ผู้รับเหมา และหน่วยงานเจ้าของโครงการ

การเลือกเสาไฟสำหรับงานราชการ ไม่ใช่พิจารณาแค่ราคา

ในโครงการของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นงานของเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานราชการอื่น ๆ การเลือกวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะโครงการเหล่านี้เป็นการใช้งบประมาณของภาครัฐที่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ความปลอดภัย และอายุการใช้งานในระยะยาว


  เสาไฟฟ้าเป็นโครงสร้างที่ต้องรองรับน้ำหนักของโคมไฟ แขนกิ่ง อุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงแรงลมและสภาพแวดล้อมภายนอกตลอดหลายสิบปี หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สิน งบประมาณ และความปลอดภัยของประชาชน


  ด้วยเหตุนี้ "มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)" จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่หลายโครงการภาครัฐให้ความสำคัญในการกำหนดคุณลักษณะของวัสดุและผลิตภัณฑ์

มอก. คืออะไร?


     มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เป็นมาตรฐานที่จัดทำโดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดคุณลักษณะและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ความปลอดภัย และความเหมาะสมต่อการใช้งาน

มาตรฐาน มอก. ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า เหล็ก โครงสร้างโลหะ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้ในงานก่อสร้างและงานวิศวกรรม

สำหรับงานเสาไฟ แม้ตัวผลิตภัณฑ์หรือชิ้นส่วนแต่ละประเภทจะอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดหรือมาตรฐานที่แตกต่างกัน แต่แนวคิดสำคัญคือการเลือกใช้วัสดุ กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ


ทำไมมาตรฐานจึงมีความสำคัญกับงานราชการ ?

      โครงการภาครัฐแตกต่างจากงานทั่วไป เพราะเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน และต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การจัดทำ TOR การจัดซื้อจัดจ้าง การควบคุมงาน จนถึงการตรวจรับ


การกำหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐาน ช่วยให้หน่วยงานสามารถมั่นใจได้ว่า

  • ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ

  • เหมาะสมกับการใช้งานตามวัตถุประสงค์

  • ลดความเสี่ยงจากการใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน

  • เพิ่มความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

  • ลดปัญหาการซ่อมแซมก่อนเวลาอันควร


   เมื่อโครงการมีมาตรฐานตั้งแต่การเลือกวัสดุ ย่อมส่งผลต่อคุณภาพของงานก่อสร้างทั้งระบบ


มาตรฐานเกี่ยวข้องกับคุณภาพของเสาไฟอย่างไร ?

     เสาไฟหนึ่งต้นต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกเหล็ก การตัดและขึ้นรูป การเชื่อม การประกอบฐานเพลท การชุบกัลวาไนซ์ และการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ


หากแต่ละขั้นตอนไม่มีการควบคุมคุณภาพที่เหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดปัญหา เช่น

  • ความหนาของวัสดุไม่เป็นไปตามแบบ

  • แนวเชื่อมไม่ได้คุณภาพ

  • การชุบป้องกันสนิมไม่ทั่วถึง

  • ความคลาดเคลื่อนของขนาด

  • อายุการใช้งานลดลง


     ดังนั้น การเลือกผู้ผลิตที่มีระบบควบคุมคุณภาพและดำเนินการตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงแข็งแรงของเสาไฟ


ความสำคัญของมาตรฐานต่อผู้รับเหมาและวิศวกร

     สำหรับผู้รับเหมาและวิศวกร มาตรฐานไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดในเอกสาร แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินโครงการ ประโยชน์ที่ได้รับ ได้แก่

1. ลดความเสี่ยงในการตรวจรับงาน

   เมื่อผลิตภัณฑ์มีข้อมูลและเอกสารประกอบที่ครบถ้วน การตรวจรับงานจะดำเนินการได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสเกิดข้อโต้แย้งด้านคุณภาพ


2. ลดปัญหาระหว่างการติดตั้ง

    เสาไฟที่ผลิตตามแบบและผ่านการควบคุมคุณภาพ จะช่วยให้การติดตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ลดการดัดแปลงหน้างาน และประหยัดเวลาในการก่อสร้าง


3. เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว

    เสาไฟเป็นโครงสร้างที่ต้องใช้งานกลางแจ้งตลอดเวลา การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานช่วยลดความเสี่ยงด้านการกัดกร่อน การเสียรูป และการซ่อมบำรุงก่อนกำหนด


ก่อนเลือกผู้ผลิตเสาไฟ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง ?


   การเลือกผู้ผลิตไม่ควรพิจารณาเพียงราคาหรือระยะเวลาส่งมอบ แต่ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ดังนี้

  • โรงงานผลิต

  • ควรเป็นผู้ผลิตที่มีโรงงานจริง สามารถตรวจสอบกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพได้

  • วัสดุที่ใช้ ตรวจสอบว่าใช้เหล็กโครงสร้างที่เหมาะสมกับการผลิตเสาไฟ และสามารถแสดงเอกสารรับรองวัสดุได้เมื่อโครงการกำหนด

  • กระบวนการผลิตควรมีการตัด พับ เชื่อม และประกอบตามแบบวิศวกรรม พร้อมมีการตรวจสอบในแต่ละขั้นตอน การป้องกันการกัดกร่อน การชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน (Hot-Dip Galvanizing) เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการป้องกันสนิมของเสาไฟ ช่วยยืดอายุการใช้งานในสภาพแวดล้อมภายนอก

  • เอกสารประกอบโครงการผู้ผลิตควรสามารถจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของโครงการ เช่น รายละเอียดผลิตภัณฑ์ รายงานการตรวจสอบ หรือเอกสารรับรองที่โครงการกำหนด

  • การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน ช่วยลดต้นทุนได้อย่างไร ?


    หลายคนมองว่าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอาจมีราคาสูงกว่า แต่หากพิจารณาตลอดอายุการใช้งาน จะพบว่าช่วยลดต้นทุนได้ในหลายด้าน


  • ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง

  • ลดความถี่ในการเปลี่ยนเสาไฟ

  • ลดความเสี่ยงจากการหยุดใช้งานของระบบไฟส่องสว่าง

  • ลดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขงานหลังส่งมอบ

  • เพิ่มความคุ้มค่าของงบประมาณภาครัฐ



   การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจึงไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านคุณภาพ แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงของโครงการในระยะยาว ช่วงเตรียมงบประมาณ คือช่วงเวลาที่ควรวางแผน


   ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน หลายหน่วยงานเริ่มสำรวจพื้นที่ รวบรวมข้อมูล และจัดทำรายละเอียดโครงการสำหรับปีงบประมาณถัดไป


การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุ มาตรฐาน และผู้ผลิตตั้งแต่ช่วงนี้ จะช่วยให้

  • จัดทำ BOQ ได้แม่นยำ

  • กำหนดคุณลักษณะใน TOR ได้เหมาะสม

  • วางแผนระยะเวลาการผลิตและส่งมอบได้ชัดเจน

  • ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในภายหลัง

NESCO พร้อมสนับสนุนทุกโครงการตั้งแต่การวางแผน

NESCO ให้ความสำคัญกับการผลิตเสาไฟสำหรับงานโครงการ โดยมุ่งเน้นการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน และการผลิตตามแบบที่ลูกค้ากำหนด


    ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกประเภทเสาไฟ ความสูงของเสา รายละเอียดทางเทคนิค และการวางแผนการผลิต เพื่อสนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้รับเหมา และวิศวกร ตั้งแต่ขั้นตอนสำรวจพื้นที่จนถึงการส่งมอบงาน


หมายเหตุ : หากโครงการกำหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเฉพาะ ผู้ผลิตควรสามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานการรับรองตามข้อกำหนดนั้นได้ ผู้จัดทำ TOR และผู้รับเหมาควรตรวจสอบรายละเอียดให้ตรงกับข้อกำหนดของโครงการทุกครั้ง NESCO ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Line ID: @nesco.th

โทร : 097-934-5448

 
 
 

ความคิดเห็น


LINE logo
  • Facebook
bottom of page