top of page
Logo Nesco Steel_white_edited_edited_edited.png
ค้นหา

คู่มือเลือกความสูงเสาไฟ 4–12 เมตร ให้เหมาะกับถนน โรงงาน และพื้นที่สาธารณะความสูงของเสาไฟ...ปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

  • 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที



การออกแบบระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายนอก ไม่ว่าจะเป็นถนนภายในชุมชน ถนนเทศบาล นิคมอุตสาหกรรม โรงงาน ลานจอดรถ หรือพื้นที่สาธารณะ การเลือก "ความสูงของเสาไฟ" ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของระบบแสงสว่าง ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ต้นทุนการติดตั้ง และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว


หลายโครงการมักให้ความสำคัญกับกำลังวัตต์ของโคมไฟ แต่ในความเป็นจริง หากเลือกความสูงของเสาไม่เหมาะสม แม้จะใช้โคมไฟกำลังสูง ก็อาจทำให้เกิดแสงสว่างไม่ทั่วถึง มีจุดมืด (Dark Spot) หรือเกิดแสงแยงตา (Glare) ส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยและคุณภาพของโครงการ


ดังนั้น การเลือกความสูงของเสาไฟจึงควรพิจารณาร่วมกับลักษณะพื้นที่ รูปแบบการใช้งาน และหลักการออกแบบระบบไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด


ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกความสูงของเสาไฟ ก่อนกำหนดความสูงของเสาไฟ ควรมีข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่ติดตั้ง ได้แก่


  • ความกว้างของถนนหรือพื้นที่ใช้งาน

  • ความยาวของแนวถนน

  • จำนวนช่องจราจร

  • มีเกาะกลางหรือไม่

  • ประเภทของพื้นที่ เช่น ถนน โรงงาน ลานจอดรถ หรือสวนสาธารณะ

  • ระดับความสว่าง (Lux) ที่ต้องการ

  • กำลังวัตต์และประเภทของโคมไฟ

  • ระยะห่างระหว่างเสา

  • สภาพแวดล้อม เช่น ต้นไม้ อาคาร หรือสิ่งกีดขวาง

  • ความเร็วลมและข้อกำหนดด้านโครงสร้าง


ข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการออกแบบระบบแสงสว่างให้เหมาะสม และช่วยลดการแก้ไขแบบในภายหลัง


ความสูงเสาไฟ 4–5 เมตร เหมาะกับพื้นที่แบบใด ?

     เสาไฟความสูง 4–5 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างในระดับใกล้พื้นดิน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เดินเท้า


พื้นที่ที่เหมาะสม ได้แก่

  • ทางเดินภายในสวนสาธารณะ

  • ทางเดินรอบอาคาร

  • ลานกิจกรรม

  • สนามเด็กเล่น

  • ทางจักรยาน

  • รีสอร์ท โรงแรม และพื้นที่ภูมิทัศน์


ข้อดีของเสาระดับนี้ คือสามารถกระจายแสงลงสู่พื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดแสงรบกวนพื้นที่โดยรอบ และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ

โดยทั่วไปนิยมติดตั้งร่วมกับโคมไฟตกแต่ง (Post Top) หรือโคมไฟ LED กำลังวัตต์ไม่สูงมาก ทั้งนี้ การเลือกกำลังวัตต์ควรอ้างอิงผลการคำนวณแสงของโครงการ


ความสูงเสาไฟ 6–8 เมตร เหมาะกับพื้นที่แบบใด ?

เสาไฟความสูง 6–8 เมตร เป็นขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย และมีความสมดุลทั้งด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของงบประมาณ

เหมาะสำหรับ

  • ถนนหมู่บ้าน

  • ถนนชุมชน

  • ถนนภายในโรงงาน

  • ลานจอดรถขนาดกลาง

  • ศูนย์กระจายสินค้า

  • โครงการที่อยู่อาศัย

ข้อดีของเสากลุ่มนี้ คือสามารถให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ได้ดี เมื่อออกแบบร่วมกับโคมไฟและระยะติดตั้งที่เหมาะสม อีกทั้งยังช่วยควบคุมจำนวนเสาที่ต้องติดตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ความสูงเสาไฟ 9–10 เมตร เหมาะกับพื้นที่แบบใด

เมื่อพื้นที่มีความกว้างมากขึ้น หรือมีปริมาณการจราจรสูงขึ้น เสาไฟความสูง 9–10 เมตร จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

ตัวอย่างพื้นที่ใช้งาน

  • ถนนเทศบาล

  • ถนนสายหลัก

  • ถนนในนิคมอุตสาหกรรม

  • ถนนหน้าโรงงาน

  • ถนนที่มีหลายช่องจราจร

  • ลานขนส่งสินค้า

ความสูงระดับนี้สามารถรองรับการติดตั้งโคมไฟกำลังสูง และให้ระยะการกระจายแสงที่กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม การออกแบบควรคำนึงถึงค่าความส่องสว่าง ความสม่ำเสมอของแสง และการลดแสงแยงตา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของโครงการ


ความสูงเสาไฟ 12 เมตร เหมาะกับพื้นที่แบบใด

เสาไฟความสูง 12 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ที่ต้องการครอบคลุมพื้นที่ด้วยจำนวนเสาที่เหมาะสม

เช่น

  • ถนนสายหลัก

  • ลานจอดรถขนาดใหญ่

  • ศูนย์กระจายสินค้า

  • โรงงานอุตสาหกรรม

  • ท่าเรือ

  • ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์

  • พื้นที่โลจิสติกส์

การเลือกใช้เสาความสูง 12 เมตร จำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างฐานราก ชุด L-Bolt น้ำหนักของโคมไฟ และแรงลมที่กระทำต่อเสา เพื่อให้เกิดความมั่นคงและปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน


เลือกเสาสูงเกินไป มีผลอย่างไร ?

หลายคนเข้าใจว่าเสาที่สูงกว่าจะช่วยให้พื้นที่สว่างมากขึ้น แต่หากเลือกสูงเกินความจำเป็น อาจเกิดปัญหา เช่น

  • ความเข้มแสงบนพื้นลดลง

  • ต้องใช้โคมไฟกำลังสูงขึ้น

  • เกิดแสงรบกวนพื้นที่โดยรอบ

  • ค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างเพิ่มขึ้น

  • ฐานรากและอุปกรณ์ยึดต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น

ดังนั้น การเลือกเสาที่สูงที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป


เลือกเสาเตี้ยเกินไป มีผลอย่างไร ?

ในทางกลับกัน หากเลือกเสาที่เตี้ยเกินไป อาจส่งผลให้

  • ต้องติดตั้งเสาในจำนวนที่มากขึ้น

  • ค่าแรงติดตั้งเพิ่มขึ้น

  • ใช้อุปกรณ์มากขึ้น

  • มีจุดมืดระหว่างเสา

  • การบำรุงรักษามีต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว

จึงควรเลือกความสูงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง มากกว่าพิจารณาจากราคาของเสาเพียงอย่างเดียว


การเลือกความสูงของเสาไฟควรพิจารณาร่วมกับอะไรบ้าง?

การออกแบบระบบไฟฟ้าส่องสว่างที่ดี ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความสูงของเสา แต่ยังต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นร่วมกัน ได้แก่

  • ประเภทของโคมไฟ

  • กำลังไฟ (Watt)

  • ประสิทธิภาพการให้แสง (Lumen)

  • มุมกระจายแสง

  • ระยะห่างระหว่างเสา

  • ค่าความส่องสว่าง (Lux)

  • ความสม่ำเสมอของแสง (Uniformity)

  • สภาพแวดล้อมของพื้นที่ติดตั้ง

การพิจารณาปัจจัยทั้งหมดร่วมกัน จะช่วยให้ระบบแสงสว่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และคุ้มค่าต่อการลงทุน


ทำไมจึงควรวางแผนก่อนเริ่มโครงการ ?

สำหรับโครงการภาครัฐ โรงงาน หรือโครงการเอกชนขนาดใหญ่ การวางแผนตั้งแต่ช่วงสำรวจพื้นที่ จะช่วยให้สามารถกำหนดสเปกของเสาไฟได้อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านความสูง โครงสร้าง และกระบวนการผลิต

นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการปรับแก้แบบ ลดต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงหน้างาน และทำให้การจัดทำ BOQ การจัดทำ TOR และการสั่งผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


NESCO พร้อมสนับสนุนทุกโครงการตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน

NESCO เป็นผู้ผลิตเสาไฟและระบบไฟฟ้าส่องสว่างสำหรับงานโครงการ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัสดุ กระบวนการผลิต และมาตรฐานการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน

ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกความสูงของเสาไฟ รูปแบบของเสา การเลือกโคมไฟ และการผลิตตามแบบของโครงการ เพื่อให้ระบบแสงสว่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว

กำลังวางแผนโครงการสำหรับปีงบประมาณ 2570? ติดต่อทีมงาน NESCO เพื่อรับคำปรึกษาและเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับโครงการของคุณตั้งแต่วันนี้

NESCO ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Line ID: @nesco.th

โทร : 097-934-5448


 
 
 

ความคิดเห็น


LINE logo
  • Facebook
bottom of page